ตั้งแต่เกิดมาเคยไปเที่ยวต่างประเทศแค่ครั้งเดียว ตอนประมาณม.4 แม่พาไปทัวร์ไหว้พระที่มาเลเซียกับเพื่อนๆแม่ แต่ครั้งนั้นเป็นการนั่งรถไฟไปหาดใหญ่ครึ่งวันแล้วไปต่อรถตู้เข้ามาเลเซีย ไปเที่ยวอย่างกะแรงงานเถื่อนจากนั้นมาก็ไม่เคยจะได้ไปเมืองนอกกะเค้าอีกอยากไปหลายที่แต่มันไม่มีสตางค์อ่ะพี่ แต่เมื่อเดือนสองเดือนก่อน พี่ชายที่เรียนอยู่ปักกิ่งจบโทกลับมาบ้าน แล้วจะพาพ่อแม่กะอาม่าไปเที่ยวเซี่ยงไฮ้แต่การเที่ยวเมืองจีนคุณต้องมีสภาพร่างกายที่แข็งแรงพอสมควร เพราะที่เที่ยวแต่ละที่มันมีแต่เดินๆๆ และก็เดินครั้นพี่ชายคนเดียวจะดูแลพ่อแม่และอาม่าทั้งสามคงเหนื่อยเอาการ เลยเล็งหัวมาที่เรานี่แหละ "เอ็งต้องไปด้วย"

เฮงสิครับงานนี้ ได้ไปเที่ยวฟรีเพราะพี่ออกให้หมด ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าเที่ยว ค่ากิน แต่ค่าชอปปิ้งเรื่องของเมิง! กำหนดการคือออกเดินทางคืนวันที่สาม กลับถึงกรุงเทพเช้าวันที่ 11 รวมทั้งสิ้นเกือบแปดวัน ไปเที่ยวต่างจังหวัดยังไม่เคยนานขนาดนี้ ลางานยิ่งไม่เคย เคยลางานเยอะสุดแค่วันเดียว ทำงานมา 3 ปีนะครับ ไม่เคยลางานเกิน 1 วัน ไม่เคยลาพักร้อน เลยฉวยโอกาสลาพักร้อนครั้งแรกในชีวิต



คณะผู้เดินทางไปเซี่ยงไฮ้ พ่อ แม่และนางเอกจาก "12 พฤศจิกา"

คืนวันที่สามสิงหาเตรียมออกเดินทาง ด้วยสายการบินไทยจากสนามบินสุวรรณภูมิ (อันน่าภาคภูมิใจ) เวลาเกือบตีสอง ดีเลย์ไปเกือบชั่วโมงเพราะฝนตก ไปถึงที่เซี่ยงไฮ้ประมาณ 6 โมงเช้า สนามบินที่เซี่ยงไฮ้ใหญ่โตอลังการอย่างแรง มีอาคารผู้โดยสารสองตึก กะจากสายตาแต่ละตึกยาวน่าจะยาวเกือบกิโล!


ยาวจริงๆไม่ได้โม้! นี่แค่ข้างเดียวนะ ยังมีข้างขวาอีก

ลงจากเครื่องด้วยสภาพเหมือนซอมบี้อดนอนเพราะก่อนมาเที่ยวต้องอดหลับอดนอนเคลียร์งานอยู่หลายคืน แล้วไกลโครตกว่าจะเดินจากเครื่องไปด่านตรวจพาสปอร์ตไกลไม่พอยังพนักงานตรวจพาสปอรต์ยังทำงานช้าอีก เข้าใจว่าเช้าอยู่น่าจะง่วงนอนเหมือนกัน เลยไปยืนหลับตอนเข้าคิวรอตรวจพาสปอร์ตซะงั้น

ออกจากสนามบินก็ไปขึ้นรถตู้ที่เช่าไว้ ตรงเข้าที่พักในตัวเมืองเซี่ยงไฮ้ สองข้างทางจากสนามบินเข้าตัวเมือง ไม่ค่อยมีอะไรมากนัก มีป้ายโฆษณาและตึกบ้างประปรายแต่อยู่ห่างจากถนนพอสมควร สภาพอากาศที่เซี่ยงไฮ้เหมือนกรุงเทพเด๊ะ เพราะช่วงเดือนสิงหาเป็นช่วงหน้าร้อน (ผสมฝนบ้างประปราย)ของที่นี่ ถ้าเลยไปเดือนตุลาถึงจะเริ่มหน้าหนาว

ชื่อเมืองเซี่ยงไฮ้ อ่านเป็นภาษาจีนออกเสียงว่า "ซังไห่" ถ้าเป็นฝรั่งออกเสียงว่า "แชงไฮ"



ถึงซังไห่แล้ว

จากสนามบินเข้าไปในเมืองใช้เวลาประมาณชั่วโมงกว่า ไม่มีรถติดเพราะขับตรงอย่างเดียวไม่มีแยก พอเข้าตัวเมือง เห็นสภาพแวดล้อมแล้วตระหนักได้ว่าตอนนี้เราเปลี่ยนสภาพเป็น"ชาวต่างชาติ"แล้ว ทุกอย่างเลยแปลกหูแปลกตาไปหมด รถที่นี่ขับชิดขวา เวลานั่งรถจะรู้สึกงงๆ เหมือนขับรถผิดเลนตลอดเวลา

ชาวจีนอย่างที่รู้กันดีคือขี่จักรยานไปไหนมาไหนกันเป็นปกติ (ถ้าในเมืองไทยอาจถูกจะมองว่าไฮเปอร์ ขี่ได้ไงร้อนชิบ) แต่ที่นิยมกันอีกอย่างมือมอไซค์สกู๊ตเตอร์ มีให้เห็นกลาดเกลื่อน แต่มอไซค์แบบฮอนด้า ยามาฮ่ากลับไม่ค่อยเห็น ไม่ใส่หมวกกันน๊อคแล้วจักรยานกับสกู๊ตเตอร์ที่นี่คือจ้าวแห่งถนน ขี่กันตามสบายใจ อยากเลี้ยวกูก็เลี้ยว ปาดซ้ายปาดขวากันเป็นที่สนุกสนาน


มั่วขนาดไหนดูจักรยานคันขวาเป็นตัวอย่าง ขับชิดขวาไม่ใช่หรอเพ่

เข้าถึงตัวเมืองได้ซักพัก ก็เจอที่พักที่จองไว้เป็นอพาร์ทเมนต์ ชื่อตงหนานหัวถิง หรูหราไม่ใช่น้อย ขนาดสองห้องนอน หนึ่งห้องนั่งเล่น แถมห้องครัวและห้องน้ำอีกสองแอร์ทั้งห้องถือว่าถูกมากถ้าเทียบกับค่าเช่าคืนละ 2พันกว่าบาท อยู่ในย่านที่มีแต่คอนโดและอพาร์ทเมนต์ ในเขตตัวเมืองเซี่ยงไฮ้แทบจะหาบ้านเดี่ยวแบบตึกแถวไม่ได้ ส่วนใหญ่เห็นอยู่กันในคอนโด ถึงห้องพักก็สลบทันทีเสมือนโดนวางยา ตื่นมาอีกทีตอนเย็นไปเที่ยวต่อในตัวเมือง และได้ขึ้นแท็กซี่เป็นครั้งแรก

ปกติเคยนั่งแต่โตโยต้าอัลติส แต่แท็กซี่ที่เซี่ยงไฮ้ใช้โฟล์คกันส่วนใหญ่ รถส่วนตัวก็มักจะเป็นรถยุโรป รถญี่ปุ่นหาได้ยาก คิดเล่นๆว่าน่าจะมีสาเหตุจากข้อพิพาทจากอดีตระหว่างสองประเทศนี้


ฝนเซี่ยงไฮ้

จุดหมายสำหรับเย็นนี้คือ "หอไข่มุก" หรือ Oriental Pearl หอคอยยักษ์ความสูง 350เมตร แต่ระหว่างทางเจอฝนเซี่ยงไฮ้ครั้งแรก และมันตกหนักไม่น้อย เลยต้องไปหลบฝนในห้าง Super Brand Mall ที่อยู่ละแวกนั้น ถึงชื่อจะเห่ย แต่ขนาดของห้างไม่เห่ยตาม เพราะคาดคะเนจากสายตาแล้วมันใหญ่กว่าพารากอนอีกนะเนี่ย และมารู้ความจริงทีหลังว่าห้างนี้เป็นของคนไทย คนไทยที่ว่าคือ ซีพีนั่นเอง


ภายในห้าง Super Brand Mall ดูเอาเอง ใหญ่ขนาดไหน

รอจนได้เวลาข้ามถนนไปอีกฝั่งก็จะเจอกับหอไข่มุกตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า ไปยืนอยู่ใกล้ๆแล้วจะรู้สึกถึงความใหญ่โตอลังการ "โอ้วว ถ้ามันถล่มลงมาจะเป็นไงเนี่ย"หอไข่มุกเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ประจำเมืองเซี่ยงไฮ้ก็ว่าได้ สังเกตุได้จากรูปถ่ายมักจะมีหอคอยนี่เป็นองค์ประกอบเสมอ

ค่าตั๋วคนละ 135 หยวน คิดเป็นเงินไทยก็เอา 4.5 คูณเข้าไปประมาณ 600กว่าบาทราคานี้เป็นตั๋วที่แพงที่สุดสามารถขึ้นไปถึงยอดสูงสุดได้ ถ้าถูกกว่านี้ก็ไปได้แค่ระดับ 200-260 เมตร


"Oriental Pearl"

หอคอยยักษ์ขนาดนี้อย่าคิดว่าการเดินทางขึ้นไปจะสะดวกสบาย เพราะลิฟท์ที่นี่มีแค่ชั้นละตัว และด้วยปริมาณผู้เข้าชมมหาศาล การขึ้นลิฟท์แต่ละทีจึงต้องต่อแถว ขึ้นไปชั้นที่1 แล้วถ้าจะไประดับต่อไปก็ต้องเข้าคิวรออีก ถ้าชั้นต่อไปก็ต้องรอๆๆๆ และถ้าคนแย่งกันขึ้น มันต้องแย่งกันลงแน่นอน รอกันต่อไป ใครแข็งแรงอยากจะ "เฮ้ยลงบันไดเด่ะ" ขอโทษไม่มีบันไดฮะ ลิฟท์ตัวเดียวโลดด รวมเวลาที่อยู่ในหอคอยแห่งนี้ประมาณ 3 ชั่วโมงกว่า เหนื่อยพอๆกะขึ้นเขายังไงยังงั้น แต่เหนื่อยยังไงถ้าใครได้ขึ้นมาชั้นบนสุดเห็นวิวยามค่ำคืนของมหานครเซี่ยงไฮ้ บอกได้คำเดียวว่า "สุดยอด"


คนกดลิฟท์ที่หอไข่มุกฮะ อื้อหือออ.... ดูไปดูมาหน้าเหมือนกาละแมร์แฮะ


มหานครเซี่ยงไฮ้ยามดึก จากความสูง 350 เมตร


โรงน้ำชาจำลอง...ทำเนียนมากก อยู่ในพิพิธภัณฑ์จำลองใต้หอคอย

ถ้าใครเคยดู Mission Impossible ภาคสาม คงจำได้ว่ามีตอนนึงที่เฮียทอมมาบู๊ในเซี่ยงไฮ้เพื่อเอาอะไรซักอย่าง ในตึกสูงแห่งหนึ่ง แล้วต้องกระโดดข้ามตึกไปมา ก็เป็นย่านนี้แหละที่เฮียแกมาลุย


จบภารกิจวันแรก ก็ทำเอาอ่อนระโหยโรยแรงไปตามๆกัน กลับถึงห้องพัก อาบน้ำ แล้วนอนเลย ไม่ทำอะไรแล้วจ่ะ

Comment

Comment:

Tweet

น่าหนุกหนานนะ แล้วอากาศของต้นเดือนตุลาล่ะคะ

#12 By โซเฟีย (203.155.147.170) on 2009-09-10 14:15

คงจิง

#11 By rafilm on 2007-09-13 12:02

ของฝากคือ.....ซูกัสหลอกเด็กจากเมืองจีนครับท่าน...ขอบจัยยยย

#10 By GoPZillA on 2007-09-12 18:33

อยากปายยยยยย
ไปแค่วันเดียวเหรอ..วันอื่นหล่ะ...รีบมาเขียนสิ
.
.
.
ปล.วันเสาร์ที่ผ่านมาหนีกลับไปตอนไหนอะ

#9 By on 2007-09-11 19:05

เป้อยากไปบ้างอ่ะ

#8 By เป้ (222.123.208.199) on 2007-09-06 23:05

เฮ่ย เฮ่ย เย่ โย่ววว

อิจฉาคนได้ไปเที่ยววะเว้ยยย

กร๊ายยย ที่หนาว ๆ เยี่ยม !!
2 คำดำรงชีวิตที่เมืองจีน
ทิงปู้ต่ง ๆ (พูดจีนม่ายล่าย)
ฉ่าวฟ่านๆ (ข้าวผัด)

คิดถึงเมืองจีนเว้ยเฮ้ยๆๆๆๆ

#6 By filmme on 2007-08-30 02:22

เป่ยจิงเข่ายา รู้คำเดียว 55

อยากเที่ยวบ้าง งงงงง

#5 By สุด on 2007-08-28 21:15

อยากไปบ้าง

#4 By only human on 2007-08-28 18:28

เซี่ยงไฮ้แนนเคยไป กลับมาไม่สบาย เพระหนาวเกินไป

ซะงั้น

#3 By N_an on 2007-08-28 16:35

#2 By ฉันเอง (202.183.146.5 /10.137.129.98) on 2007-08-28 14:29

อ่านแล้วเหมือนได้เที่ยวฟรี อิอิ

#1 By ตุ้ย since 2006 on 2007-08-28 12:00